ผมเข้าโรงเรียนเมื่ออายุครบ 8 ปีบริบูรณ์ โรงเรียนที่หมู่บ้านของฉันตั้งอยู่ในวัด ชื่อ โรงเรียนวัดโรงวาส ทุกวันผมต้องเดินไปโรงเรียน จากบ้านไปโรงเรียน ระยะทางประมาณ 2 ก.ม. ถนนเป็นถนนลูกรังสีแดงครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นคันนาขนาดใหญ่หน่อยสูงเท่ากับคันนา ยามหน้าฝน น้ำท่วมต้องถลกขากางเกง ถ้าสวมรองเท้าก็ต้องถอดรองเท้าหิ้ว ไม่เช่นนั้นรองเท้าเปียกน้ำ ถนนลูกรังช่วงแรกเลียบคลองที่มีน้ำใสไหลลัดเต้นไม้และเถาวัลย์ที่คลุมคลอง บางช่วงจะมีทรายผุดขึ้นนำตื้น เป็นแหล่งที่เด็กๆ จะได้เล่นน้ำ ช่วงพักกลางวันเด็กๆ ส่วนใหญ่จะเดินเท้ากลับไปทานข้าวที่บ้าน แต่ผมต้องไปทานข้าวเที่ยงที่บ้านป้าขลิบ แม่จะจ่ายตังค์ให้ป้าขลิบรายสัปดาห์ ผมไปกินอาหารกลางวันเท่าที่จะกินได้จนอิ่มพร้อมน้ำแข็งใสถ้วยหนึ่ง นับว่าป็นโครงการอาหารกลางวันของแม่ ที่แม่ต้องใช้วิธีนี้เพราะแม่จะได้ไม่ต้องห่วงอาหารกลางวันของลูก ไปทำงานได้สะดวกใจ
โรงเรียนของฉันใช้ศาลาเอนกประสงค์กลางลานวัด วันที่วัดจะต้องทอกกฐิน หรือมีงานศพ โรงเรียนจะต้องหยุดการเรียนการสอน มีเสาธงทำด้วยไม้จริงอยู่ด้านหน้าอาคาร ตรงมุมซ้ายมือมีต้นมะปรางอยู่ต้นหนึ่ง อาคารที่ใช้เรียนเป็นอาคารไม้ยกพื้นสูงประมาณ 1 เมตร เสาตั้งอยู่บนตอม่อปูน โครงสร้างไม้ทั้งหลังที่ประกอบกันเข้าโดยไม่ต้องบาก แต่จะใช้วิธีเจาะและสอด พื้นปูด้วยไม้หน้าสามเว้นระยะ ทำให้สามารถกวาดเศษดินและทรายลงใต้ถุนได้ง่าย เวลามีงานทำบุญฟังเทศน์ ชาวบ้านจะบ้วนน้ำหมากลงร่องได้โดยสะดวก พื้นของอาคารแบ่งเป็นสองระดับ ระดับบนจะวางเป็นรูปตัวแอล ใช้ประโยชน์สำหรับพระสงฆ์นั่งเมื่อทำพิธีต่างๆ ด้านล่างจะเป็นพื้นราบ เมื่อใช้อาคารดังกล่าวเป็นห้องเรียน พวกเราจึงได้ใช้พื้นล่างเป็นที่ตั้งโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งเรียนสำหรับเด็ก ป. 2-3-4 สำหรับเด็ก ป.1 ใช้พื้นระดับที่สูงกว่าด้านหนึ่งเป็นที่เรียน โดยการนั่งกับพื้น มีโต๊ะเป็นไม่หน้าแปด ยกระดับขึ้นมาพอเขียนหนังสือและซุกขาเข้าไปได้ ผมเข้าไปเรียน ป1 ด้วยชั้นเรียนนี้ สมัยนั้น ป.1 และ ป. 2 มีคุณครูเลิศ ชนะทอง เป็นครูปประจำชั้น คุณครูหิ้น ปลื้มกมลา ประจำชั้น ป. 3 สำหรับ ป.4 มีคุณครูเลี่ยง เป็นครูประจำชั้น คุณครูหาญ(หิ้น) ปลื้มกมลา ทำหน้าที่เป็นครูใหญ่ด้วย
ที่อาคารเรียนหลังนี้ แม่เล่าให้ฟังว่าคนเก่าคนแก่หลายคนเรียนจบประถมสี่ที่นี่ แม่ก็เรียนจบประถมสี่ที่นี่ สมัยที่แม่เรียนคุณครูชื่อคุณครูเลื่อน แก้วนาวี สอนนักเรียนตั้งแป.1 ถึงป. 4 แม้จะมีครูเพียงคนเดียว แต่นักเรียนรุ่นนั้นก็สามารถอ่านออกเขียนได้ ฉันเรียนอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์อยู่ 3 ปี เมื่อขึ้น ป. 4 โรงเรียนจึงได้ย้ายออกไปที่อาคารโรงเรียนหลังใหม่ที่ออกไปนอกวัด อยู่ชายทุ่งใกล้บ้านเข้ามาอีกประมาณ 500 เมตร ปีที่ผมเรียนจบ ป 3 นับเป็นปีสุดท้ายที่ต้องย้ายจากโรงเรียนในวัดออกมาสู่โรงเรียนนอกวัด
วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น