วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เรียนรู้การทำนา-ทำสวน

ตั้งแต่จำความได้ อายุน่าจะประมาณ 8-10 ขวบ ก่อนไปโรงเรียน พ่อจะมอบหมายหน้าที่ให้ผมจูงควายไปส่งที่นา การออกไปทำนาต้องออกจากบ้านตั้งแต่ไก่โห่ ใช้เวลาเดินจากบ้านไปทุ่งประมาณ 20-30 นาที ก็จูงควายผ่านช่องกิ่ว ซึ่ง"ช่องกิ่ว" มีลักษณะเป็นทางวัว-ควายเดินจนลึกประมาณถึงหลังควาย เป็นร่องกว้างประมาณ 1.50-3.00 เมตร ระยะทางประมาณ 200 เมตร สำหรับคนจูงควายเมื่อต้อนควายลงช่องกิ่วแล้ว คนก็จะต้องไต่สะพานไม้ท่อนเดียลัดเลาะไปรอรับควายที่ปากทางออก ช่องกิว เป็นชื่อเรียกทางสาธารณะที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านกับทุ่งนา ที่มีพรุกั้นอยู่ ถ้าไม่เอาวัว-ควายผ่านช่องกิ่วก็จะเอาวัวควายออกทุ่งไม่ได้ เพราะในที่พรุคันนาโดนน้ำท่วม ไม่มีทางเดิน เมื่อผ่านช่องกิ่ว ก็จะออกสู่ทุ่งกว้าง เดินจูงควายลัดเลาะไปตามคันนา จนถึงที่นาเวลาประมาณ 05.30 น. แต่สำหรับกลางทุ่ง เวลาขนาดนั้นจัดว่าสว่างแล้วครับ พ่อจะเทียมไถลงมือไถนา ผมจะไปดูซ่อนที่ดักปลาไว้ เพื่อเอาปลา/กุ้งที่ได้กลับไปบ้านให้แม่ทำกับข้าว

ถ้าเป็นวันที่โรงเรียนหยุด เมื่อส่งควายเสร็จ จะต้องเอาปิ่นโตไปส่งให้พ่ออีกรอบ ประมาณ 7.00-8.00 น. เพราะช่วงเช้าแม่ไปกรีดยางไม่ได้ทำอาหารเช้าไว้ให้ แม่กรีดยางเสร็จประมาณ 6.30-7.00 น. จึงจะเริ่มทำอาหาร เมื่อพ่อยังไม่ได้กินอาหารเช้า ผมจะต้องเอาอาหารเช้าไปส่งให้พ่ออีกรอบ ผมชอบเอาปิ่นโตไปส่งให้พ่อ เพราะแม่จะเตรียมอาหารเช้าเผื่อผมด้วย ผมจะไปกินข้าวที่ทุ่งกับพ่อ ถ้ากินข้าวเช้าที่บ้าน กับข้าวก็จะธรรมดๆ แต่ถ้าไปกินที่ทุ่งก็จะเป็นอาหารพิเศษ ทั้งปริมาณและชนิดของกับข้าว ในวัยเด็กผมไม่ชอบแกงส้มเป็นแกงน้ำเปล่า ผมชอบแกงกะทิ เพราะไม่ใช่น้ำเปล่า คือ มีกะทิด้วย เข้าใจว่าสมัยเด็กรสชาติแกงส้มไม่ถูกปากเพราะเปรี้ยว แต่แกงกะทิออกรสหวานมันเค็ม ครบทุกรส พึ่งมาชอบกินแกงส้มตอนเข้าวัยหนุ่มนี่เองครับ

กุศโลบายของพ่อ-แม่ ในการให้ผมออกไปส่งควายไถนาให้พ่อ ผมพึ่งมาทราบทีหลังครับ คือท่านต้องการให้เราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในท้องทุ่ง การทำนา การแก้ปัญหาในนาข้าว ตลอดจนการหาอาหารจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานต่อมาในการใช้ชีวิตเมื่อโตขึ้น เพราะหลังจากผมเริ่มต้นด้วยการจูงควายไปส่งให้พ่อ ต่อมาพ่อก็ให้ผมเปลี่ยนมือช่วยไถเป็นครั้งคราว ผมได้หัดการไถนาเป็นครั้งแรก น่าจะอายุประมาณ 10 ขวบ แต่ก็ไถได้ครับ ที่สำคัญคือควายที่ลากไถมันเก่ง เราถือหางไถไม่ให้ล้มเท่านั้นเอง ควายมันจะรู้จักคลองไถของมันเอง มันรู้ว่าถ้าทางตรง ขาข้างหนึ่งจะเยียบบนดินที่ยังไม่ไถ ขาอีกข้างจะเดินบนรอยไถเก่า แล้วผานไถก็จะกินขี้ไถพอดี เมื่อถึงมุมนาก็จะเกิดแนวโค้งของรอยไถ ควายมันก็รู้เองว่ามันจะต้องเดินออกนอกแถวประมาณ 1 คืบ เพื่อให้ผานไถตรงตามแนวที่ต้องการ "ไม่แวง" ความเก่งของควายทำให้เราผ่อนแรงได้มาก เวลาผมไถ ท่าทางควายมันจะมีความสุขมาก เพราะผมไม่ค่อยจะเร่งรีบมันเท่าไร พ่อบอกว่าทำงานที่ต้องใช้แรงกายเยอะๆ อย่าเร่งมาก ควายก็เหนื่อยคนก็เหนื่อย สู้ทำไปอย่างช้าๆ แต่ใช้เวลานานๆ เพราะฉะนั้นขณะที่ควายลากไถ มันก็จะเล็มหญ้าไปด้วย เราก็ไม่ต้องประคองไถแบบเดินเร็ว เพราะถ้าประคองไถไม่ทันก็จะแวง และอาจล้มลุกคลุกคลาน พ่อบอกว่าบางคนไถนาแบบรีบ ทำให้เหนื่อยเร็ว เมื่อเหนื่อยเร็วก็พักก่อน งานที่ได้นอกจากจะไม่เรียบร้อยแล้วยังได้งานน้อยกว่า เคล็ดลับจึงอยู่ที่ไปทำงานแต่เช้า เพื่อให้ได้เวลาทำงานมากขึ้นกว่าคนทั่วไป และทำงานช้าๆ แต่ให้อดทนทำนานๆ พักให้น้อย สองเคล็ดลับนี้ทำงานอะไรก็สำเร็จ